Title Tag คืออะไร

Title Tag คืออะไร

Title Tag เป็น Tag ที่มีไว้สำหรับตั้งหัวข้อของหน้านั้นๆ โดย Google จะดูจาก Title Tag ว่าหน้านี้มีหัวข้ออะไร เกี่ยวข้องกับอะไร ข้อความที่อยู่ใน Title Tag จะไม่ได้แสดงในเว็บไซต์ แต่จะแสดงที่หน้าการแสดงผลการค้นหาของ Google แต่สามารถตรวจสอบข้อความ นี้ได้ใน Code

ข้อความที่อยู่ใน Title Tag แสดงที่หน้าแสดงผลการค้นหาของ Google ถ้า Keyword ที่ผู้ค้นหาใช้ในการค้นหาตรงกับข้อความที่อยู่ใน Title Tag ก็จะแสดงเป็นตัวหนา

SERP-Title-tag

Web Browser บางตัวจะแสดงข้อความที่อยู่ใน Title Tagด้านบนสุดของ Web Browser ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ค้นหาที่เข้ามาในเว็บไซต์ทราบว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่น่าไหนของเว็บไซต์ และเกี่ยวกับเรื่องอะไรได้อีกด้วย

titlebar

การใส่ Title Tag

Title Tag ใส่ในส่วน ของหน้านั้น ซึ่ง Title Tag จะมีลักษณะและใส่ข้อความลงในช่องว่างระหว่าง กับ

Code Sample

<head>
<title>Example Title</title>
</head>

คุณคิดอย่างไร กับการเขียนข้อความใน Title Tag ลักษณะนี้

title-no-meaning

จากภาพจะเห็นว่าการเขียนข้อความใน Title Tag ลักษณะนี้ ไม่มี Keyword ที่จะเน้น ไม่รู้ว่าเขียนเกี่ยวกับอะไร ผู้ค้นหาก็ไม่เข้าใจ Google ก็ไม่เข้าใจ แล้วคุณอยากจะคลิกที่เว็บไซต์ที่มีข้อความใน Title Tag แบบนี้ไหม?

การเขียนข้อความใน Title Tag ให้ถูกเกณฑ์ของ Google

1. ใส่ Keyword ใน Title Tag

Title Tag เป็น Tag ที่ Google ให้ความสำคัญมากที่สุดในการจัดอันดับ เราจึงต้องใส่ Keyword ลงใน Title Tag เพราะถ้าไม่มี Keyword ใน Title Tagก็เป็นไปได้น้อยมากที่ เว็บไซต์จะขึ้นอันดับ

2. ควรใส่ Keyword ไว้ในช่วงแรกของ Title Tag

เวลาที่จะใส่ Keyword ลงใน Title Tag ต้องคิดด้วยว่าจะวางตรงส่วนไหน และถ้าเป็นไปได้ควรจะวางไว้ช่วงต้นของ Title Tag เพราะ ณ ตอนนี้ Google ให้ความสำคัญกับข้อความที่อยู่ต้นๆ มากกว่า

3. ห้ามใส่ Keyword ใน Title Tag มากเกินไป

ในการเขียน Title Tag จะต้องใส่ Keyword อยู่ด้วย แต่จะต้องไม่ใส่หลายครั้ง หรือ หลายคำใน 1 Tag
ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้ Google สับสน และอันดับตกได้ เพราะตามเกณฑ์ของ Google ควรจะตั้ง
1 Keyword ต่อ 1 หน้า จะดีที่สุด

title-too-much-keyword

4. ไม่ควรใส่ข้อความใน Title Tag ยาวเกินไป

ข้อความใน Title Tag ไม่ควรเกินประมาณ 60 ตัวอักษร
ถ้ายาวเกินไปจะตกขอบเป็น (…) และถ้าใ่ส Keyword ไว้ด้านหลังก็จะตกไปด้วย

title-too-long

5. ต้องใส่ Title Tag ทุกหน้าในเว็บไซต์

Tag บางตัว (*1) ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกหน้า หรือ ใส่เฉพาะหน้าที่จำเป็นเท่านั้น และไม่มีผลต่อการทำ SEO แต่สำหรับ Title Tag แล้วสำคัญต่อการทำ SEO มาก จึงจำเป็นที่จะต้องใส่ทุกหน้าของเว็บไซต์ตามเกณฑ์ของ Google แต่ก็มีกรณีที่บางเว็บไซต์ไม่สามารถใส่ Title Tag ได้ทุกหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการเลือกระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป (CMS) หรือเลือกใช้แพลตฟอร์ม ที่ไม่รองรับการใส่ Title Tag ทุกหน้าของเว็บไซต์

จึงทำให้เกิดปัญหา ดังนี้

  1. ไม่มีช่องหรือพื้นที่สำหรับให้ใส่ Title Tag เลย
  2. มีช่องหรือพื้นที่สำหรับให้ใส่ Title Tag แค่เฉพาะหน้าแรกเท่านั้น
  3. มีช่องหรือพื้นที่สำหรับให้ใส่ Title Tag  เฉพาะหน้าสำคัญเท่านั้น เช่น หน้าแรก
       หน้ารวมสินค้า หน้าโปรโมชั่น เป็นต้น

หากเจ้าของเว็บไซต์ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำ SEO เรื่องการใส่ Title Tag ในทุกหน้าของเว็บไซต์อาจจะไม่จำเป็นมากนัก แต่หากต้องการทำ SEO  แล้ว ก็ต้องเลือกระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป (CMS) หรือเลือกใช้แพลตฟอร์ม ที่สามารถรองรับการใส่ Title Tag ในทุกหน้าของเว็บไซต์ได้จะดีที่สุด

*1 เช่น Cannonical Tag, Pagenation Tag, Noindex ต่างๆ

6. ห้ามใส่ข้อความใน Title Tag ที่ซ้ำกับหน้าอื่นในเว็บไซต์ของตัวเอง

การใส่ข้อความใน Title Tag ใน 1 เว็บไซต์ จะต้องใส่ให้แตกต่างกันทุกหน้า แต่มีกรณีที่บางเว็บไซต์มี Title Tag ทุกหน้า แต่เขียนให้แตกต่างกันไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดปัญหาจากการเลือกระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป (CMS) หรือเลือกใช้แพลตฟอร์ม แบบที่สามารถใส่ Title Tag ได้เพียงที่เดียว และส่งผลให้ Title Tag ในทุกหน้าของเว็บไซต์เหมือนกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งในการทำ SEO ข้อความใน Title Tag ที่ซ้ำกันถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะจะทำให้ไม่ทราบว่าในแต่ละหน้ามีหัวข้ออะไร ส่งผลให้ทั้ง Google และผู้ค้นหาเกิดความสับสนได้ ดังนั้นควรใส่ข้อความใน Title Tag ที่ไม่ซ้ำกันจะดีที่สุด

7. ใส่ข้อความใน Title Tag แบบที่ทำให้ผู้ค้นหาอยาก click

การใส่ข้อความใน Title Tag นอกจากจะต้องทำตามเกณฑ์ของ Google แล้ว ยังจำเป็นต้องนึกถึงผู้ค้นหาด้วย เนื่องจากข้อความใน Title Tag จะแสดงที่หน้า SERP ถ้าใส่ Title Tag แบบเพื่อ Google อย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงผู้ค้นหา อาจจะทำให้ข้อความที่ใส่ลงไปนั้นอ่านแล้วไม่น่าสนใจ เมื่อข้อความไม่น่าสนใจ ไม่จูงใจ ผู้ค้นหาก็ไม่อยาก click ส่งผลให้มีคนเข้ามายังเว็บไซต์น้อยลง ถึงแม้ว่าอันดับเว็บไซต์จะอยู่ในลำดับต้นๆ ก็ตาม ดังนั้นการใส่ข้อความใน Title Tag ที่ดี นอกจากจะต้องตั้งตามเกณฑ์ของ Google แล้ว ก็ควรที่มีความน่าสนใจ และจูงใจผู้ค้นหาด้วย

title-seo-only

การใส่ Title Tag เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับ SEO แต่การที่จะใส่ Title Tag ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ Google ทุกข้อนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะเจ้าของเว็บไซต์จะต้องเรียงลำดับความสำคัญก่อนว่าอะไรสำคัญที่สุด บางครั้งนโยบายของบริษัท อาจจะขัดแย้งกับเกณฑ์ของ Google ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และทำ SEO ในสิ่งที่ทำได้

เราเป็นผู้เชียวชาญในการรับทำ SEO
สนใจบริการ SEO ของเรา หรือมีคำถามเกี่ยวกับ SEO
สามารถติดต่อเราได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา