Theme ของ WordPress (CMS) คืออะไร

Theme ของ WordPress (CMS) คืออะไร

Theme ของ CMS คืออะไร

Theme ของ CMS คือชุดไฟล์ที่ประกอบด้วยไฟล์โค้ด และไฟล์รูปภาพต่างๆ ที่ทำให้หน้าตาของ CMS เปลี่ยนไปซึ่งแต่ละ Theme จะมีหน้าตาที่แตกต่างกัน เมื่อเปลี่ยน Theme หน้าตาของเว็บไซต์นั้นๆจะเปลี่ยนแปลง

Theme กับ Template ต่างกันอย่างไร

หากพูดถึงเรื่อง Theme ของ CMS ในที่นี้ Theme กับ Template นั้นมีความหมายเหมือนกัน เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละ CMS จะใช้คำไหน
เช่น WordPress, Drupal ใช้คำว่า “Theme” และ Joomla ใช้คำว่า “Template”

3 ประเภทหลักของ Theme

theme forest

Theme มีให้เลือกหลากหลาย โดยที่ในแต่ละ Theme จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

ประเภท Theme ฟรี (Free Theme)

เป็น Theme ที่ดาวน์โหลดมาแล้วสามารถใช้ได้เลยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน

ประเภท Theme เสียค่าใช้จ่าย (Premium Theme)

เป็น Theme ที่เสียค่าใช้จ่ายในการดาวนืโหลด หรือหลังจากที่ดาวน์โหลดมาแล้วต้องซื้อ Licence ก่อนใช้งานจริง
โดยปกติ Premium Theme ส่วนใหญ่มีฟังก์ชัน และลูกเล่นรวมถึงระบบเสริมต่างๆ ไว้ในตัว Theme เองอยู่แล้ว แต่ฟังก์ชันบางอย่างรองรับเพียงแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งคุณต้องดูก่อนว่าฟังก์ชันนั้นจะใช้ได้กับเว็บไซต์ของคุณ หรือไม่
ที่สำคัญ การเสียค่าใช้จ่ายนั้นไม่ได้รับประกันคุณภาพของ Theme
และ ไม่ได้หมายความว่า Premium Theme ดีกว่า Free Theme
เพราะผู้ผลิต Premium Theme จะเป็นคนตั้งราคาเอง

ประเภท Theme Freemium (Freemium Theme)

เป็น Theme ที่ดาวน์โหลดมาแล้วสามารถใช้ได้เลยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่มีข้อจำกัดในการใช้งาน
ใช้ได้ฟรีตามฟังก์ชันที่กำหนด หากต้องการเพิ่มฟังก์ชันจำเป็นต้องชำระเงินเพื่อปลดล็อกในการใช้ฟังก์ชัน

Theme เปลี่ยนหน้าตาของเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว หรือไม่


หน้าตาของเว็บไซต์นั้นเปลี่ยนไปตาม Theme ที่เราเลือกใช้ แต่เนื้อหาภายในเว็บไซต์ และรูปภาพยังคงเหมือนเดิม
โดยที่ Theme บาง ตัวมีฟังก์ชันเพิ่มในตัว Theme อยู่แล้วด้วย
เช่น เพิ่มฟังก์ชัน Slide Show สำหรับรูปภาพ, เพิ่มฟังก์ชันที่ทำให้ติดตั้ง Social icon ง่ายๆ จนถึง เพิ่มระบบตะกร้า (E-Commerce), เพิ่มระบบประมูล (Auction) เป็นต้น

Theme มีผลกระทบต่อ SEO อย่างไร

โดยปกติแล้วใช้ CMS อย่างเช่น WordPress ดีต่อ SEO เพราะวิธีเขียนโค้ดภายในของ WordPress ตรงตามมาตรฐาน W3C และโครงสร้างของ WordPress นั้นสอดคล้องกับแนวคิดของ Google และ นอกจากนี้ยังมี Plugin ต่างๆ ที่คอยช่วยบริหารเรื่องเกี่ยวกับ SEO
หากแต่ว่าผู้ผลิต Theme แต่ละตัวจะมีเป้าหมายในการผลิต Theme ไม่เหมือนกัน ซึ่ง Theme บางตัวที่เน้นดีไซน์ไม่ได้คิดถึง SEO
เช่น Theme สำหรับ portfolio ของช่างภาพจะเน้นแสดงรูปภาพให้สวยงามเพียงอย่างเดียว และตั้งใจตัดสิ่งสำคัญในการทำ SEO เพื่อให้แสดงรูปภาพสวย

ต้องเลือก Theme แบบไหนจะดีต่อ SEO

สำหรับคนที่สนใจที่จะทำ SEO ต้องเลือก Theme ที่เหมาะสม และส่งผลดีต่อการทำ SEO
ไม่ควรเลือก Theme เพียงเพราะหน้าตาสวยเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เหมาะสมกับการทำ SEO

เราเป็นผู้เชียวชาญในการรับทำ SEO
สนใจบริการ SEO ของเรา หรือมีคำถามเกี่ยวกับ SEO
สามารถติดต่อเราได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา