บริการ SEO

What-Is-SEO

บริการ SEO ของเรา จัดทำโดยทีมผู้ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำ SEO เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาแก่คุณแบบครบวงจร ตั้งแต่แนะนำวีธีการทำเว็บไซต์ให้เหมาะสมต่อการทำ SEO ให้คำแนะนำเรื่องการวางโครงสร้างเว็บไซต์ แนะนำเรื่องเนื้อหาในเว็บไซต์เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับ Keyword ที่จะใช้ทำ SEO พร้อมทั้งให้บริการเครื่องมือตรวจเช็คอันดับตามมาตรฐานสากลที่คุณสามารถตรวจเช็คอันดับเว็บไซต์ของคุณได้ด้วยตัวเอง นอกจากบริการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น บริการ SEO ของเรายังมีจุดเด่นที่สำคัญอีก 3 บริการ ดังนี้

การันตี Top10

ราการันตีว่าเราจะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับ Top10 ในผลการค้นหาของ Google (*1)
โดยปกติแล้วในหนึ่งหน้าผลการค้นหาของ Google จะสามารถแสดงอันดับของเว็บไซต์ได้ 10 อันดับ ดังนั้นการการันตี Top10 ก็คือ การการันตีอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาของ Google (*2)
และในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณไม่ติดอันดับ Top10 ตามที่เราการันตี เราจะไม่เรียกเก็บค่าบริการของแต่ละ Keyword แต่จะเรียกเก็บเฉพาะค่าบริการขั้นต่ำเท่านั้น

*1 ในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณติดอันดับอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาอยู่แล้ว เราจะการันตีอันดับที่ดีขึ้นกว่าเดิม 2 อันดับ และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเช่นกัน หากอันดับเว็บไซต์ของท่านไม่ได้ติดอันดับตามที่เราการันตี

*2 เนื่องจากปัจจุบัน Google ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบ คือ “Universal Search” โดยระบบนี้ เป็นการรวมการค้นหาทั้ง ข่าวสาร รูปภาพ วีดีโอ และหนังสือต่างๆ ไว้ด้วยกัน ซึ่งมีผลทำให้อันดับในหน้าแรกจะเลื่อนลง 1 อันดับ ซึ่งอันดับในหน้าแรกจะลดเหลือ 9 อันดับ
เช่น เวลาที่ค้นหาอะไรก็ตาม แล้วผลการค้นหามีอันดับของ รูปภาพ, วีดีโอ หรือ ข่าว ขึ้นมา อันดับในหน้าแรกนั้นจะลดเหลือ
9 อันดับ โดยอันดับที่ 10 จะเลื่อนไปอยู่หน้าที่สองอัตโนมัติ
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้

ไม่มีการเก็บค่ามัดจำ

บริการ SEO ของเราไม่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งครั้งแรก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะเริ่มคิดค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อเราสามารถทำให้เว็บไซต์ของท่านติดอันดับตามที่เราการันตีแล้วเท่านั้น

ให้คำปรึกษาในการเลือก Keyword

การเลือก Keyword เป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO จึงจำเป็นมากที่จะต้องเลือก Keyword ที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจของคุณ เราจึงช่วยวิเคราะห์ Keyword โดยจะวิเคราะห์แข่งขันในแต่ละ Keyword และดูความนิยมในการใช้ เพื่อที่เราจะได้แนะนำ Keyword ที่ดีที่สุดให้คุณ

วิธีการทำ SEO

การสัมภาษณ์ (Interview)

ก่อนที่จะเริ่มทำ SEO ทางเราต้องเข้าไปสัมภาษณ์คุณก่อนว่า

สินค้าและบริการของคุณ มีความเหมาะสมกับ SEO หรือไม่

เนื่องจาก SEO ต้องทำการค้นหาด้วย Keyword บน Google ดังนั้นสินค้าและบริการที่เหมาะสำหรับการทำ SEO ต้องเป็นสินค้า
ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หากสินค้าของคุณไม่เป็นที่รู้จัก ผู้ค้นหาจะไม่ทราบว่าจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา

สมมติคุณขายเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไม่ต้องซัก ซึ่งคุณเป็นเจ้าแรกที่นำเข้าจากต่างประเทศมาขายในไทย ขายผ่านทางเว็บไซต์ โดยที่คนในไทยไม่เคยรู้จักสินค้าของคุณมาก่อน และคุณทำ SEO ด้วย Keyword “เสื้อผ้าใส่แล้วไม่ต้องซัก” แต่เมื่อคุณทำ SEO และติดอันดับที่ 1 แต่ปรากฎว่าไม่มีใครเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ นั่นหมายความว่าสินค้าของคุณยังไม่เป็นที่รู้จัก และคนไทยยังไม่ทราบว่ามีสินค้าประเภทนี้อยู่บนโลก จึงไม่คิดที่จะค้นหา ดังนั้นคุณต้องทำให้สินค้าของคุณเป็นที่รู้จัก

แคมเปญของคุณเหมาะสมกับ SEO หรือไม่

เนื่องจาการทำ SEO ต้องใช้ระยะเวลานานในการทำ และหากแคมเปญที่คุณต้องการจะทำเป็นแคมเปญแบบระยะสั้น หรือต้องรีบทำให้เห็นผลทันทีทันใดนั้น ก็ไม่เหมาะสำหรับการทำ SEO

สมมติคุณทำธุรกิจ “ขายรถเข็นเด็ก” ซึ่งถามว่าสินค้ารถเข็นเด็ก เหมาะสำหรับการทำ SEO หรือไม่ ก็เหมาะสม แต่หากคุณมีแคมเปญที่จำกัดระยะเวลา เช่น ลด 30% เฉพาะเดือนนี้เท่านั้น ก็ไม่เหมาะสำหรับการทำ SEO

โครงสร้างเว็บไซต์ของคุณเหมาะสมกับ SEO หรือไม่

เนื่องจาการทำ SEO ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์ ซึ่งมีอาจจะมีบางเว็บไซต์ที่เราปรับปรุงได้แต่ไม่สมบูรณ์ หรือปรับปรุงไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อการทำ SEO

สมมติว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่ไม่สามารถแก้ไขโค้ด หรือเพิ่มเติมส่วนต่างๆ ได้ หรือบางเว็บไซต์แก้ไขแต่ละหน้าไม่ได้ หรือแก้ได้ แต่หน้าเว็บไซต์ทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในการทำ SEO

Keyword

เนื่องจาก Keyword เป็นหัวใจหลักในการทำ SEO การเลือก Keyword ให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งในการเลือก Keyword นี้เราจะวิเคราะห์จากการที่ได้เข้าไปสัมภาษณ์คุณ บางครั้งคุณอาจจะไม่ทราบว่าสินค้าและบริการของคุณเหมาะกับ Keyword แบบไหน และ Keyword ที่คุณต้องการอาจจะไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เราจึงต้องช่วยให้คำแนะนำ

สมมติคุณขายประกันภัย ในจังหวัดภูเก็ต และคุณต้องการทำ SEO ด้วยคำว่า “ประกันภัย” ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้วว่า “ประกันภัย” เป็น Keyword ที่กว้างและมีการแข่งขันสูงมาก หากคุณใช้ Keyword ดังกล่าว คุณจะต้องแข่งขัน(*3) กับบริษัทประกันภัยมากมายในประเทศ ซึ่งมั่นใจได้ว่าการที่จะขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ นั้นเป็นไปได้ยาก และเพื่อให้คุณได้ Keyword ที่เหมาะสมที่สุด เราจึงแนะนำคุณว่า คุณควรใช้ Keyword ที่แคบลงมาอีก โดยการใส่จุดเด่น หรือใส่ขอบเขตที่ชัดเจนลงไป เช่น “ประกันภัย ภูเก็ต” เพื่อทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

*3 Keyword ที่กว้าง จะมีจุดเด่น คือ มีจำนวนผู้ค้นหามาก แต่ จุดด้อย คือ Keyword เหล่านี้มักเป็น Keyword ที่ผู้ค้นหาใช้ค้นเข้ามาเพื่อต้องการหาข้อมูล ความรู้มากกว่าที่จะซื้อ
Keyword ที่มีการแข่งขันสูง จะมีจุดเด่น คือ อาจจะมีผลดี เนื่องจากมีการเลือกใช้มาก แต่จุดด้อย คือ Keyword เหล่านี้มักมีราคาสูง และยากต่อการทำ SEO

การเลือก Keyword

เสนอราคา

เมื่อเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการได้แล้ว เราจะทำใบเสนอราคาให้คุณ โดยในใบเสนอราคาจะแสดงจำนวนผู้ค้นหาโดยเฉลี่ยต่อเดือนของ Keyword, ราคาต่อ Keyword ในการทำ SEO, ราคาคลิกต่อ Keyword ในการทำ PPC และระดับความยากของ Keyword นั้น ในการทำ SEO เพื่อให้คุณสามารถพิจารณา
งบประมาณที่จะใช้การทำ SEO ได้

เสนอราคา SEO

เซ็นสัญญา

หลังจากที่ตกลงยอมรับเงื่อนไขการทำสัญญา เช่น ระยะเวลาในการทำสัญญา, Keyword ที่ใช้ในการทำ SEO และงบประมาณในการว่าจ้างแล้ว เราจะทำสัญญาต้นฉบับขึ้นมา 2 ฉบับ หลังจากลงชื่อเรียบร้อยแล้ว เราจะให้คุณเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ และทางเราเก็บไว้ 1 ฉบับ

เปิดระบบการตรวจเช็คอันดับ

เมื่อเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ทางเราจะเปิดระบบการตรวจเช็คอันดับของ Keyword ให้กับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้คุณสามารถตรวจเช็คอันดับเว็บไซต์ของคุณได้ด้วยตัวเองอย่างสะดวก

ระบบการตรวจเช็คอันดับ

ติดตั้งระบบตรวจเช็คเว็บไซต์

เราจะติดตั้งระบบที่ใช้ในการตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณ โดยเครื่องมือนี้จะมีหน้าที่ในการเช็คว่าเว็บไซต์ของคุณมีปัญหาหรือไม่ระหว่างที่ทำ SEO และเพื่อช่วยให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพเต็มที่ เราจึงต้องได้รับการอนุมัติจากคุ

สมมติก่อนหน้าที่คุณจะมาทำ SEO เว็บไซต์ของคุณอาจจะมีปัญหาอยู่ เช่น สัญญาณการเชื่อมต่อของ Server มีการขาดหายบ่อยครั้ง
ซึ่งคุณไม่รู้มาก่อน และคนที่ดูแล Server ให้กับคุณก็อาจจะไม่ได้แจ้งคุณแต่พอเราติดเครื่องมือตัวนี้เข้าไป ก็จะช่วยทำให้เรารู้ได้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ เกิดที่ไหน เวลาไหน ทางเราก็จะสามารถแก้ไข หรือแจ้งคุณให้แก้ไขได้ทันที ในกรณีที่เราไม่สามารถแก้ไขได้

การปรับปรุงเว็บไซต์ (On-Page SEO)

On-Page SEO คือ การปรับปรุงแต่งโค้ดต่างๆ ของเว็บไซต์คุณ ให้เหมาะสมตามเกณฑ์ที่ Google กำหนด เช่น Title Tag, Description Tag และ H1 Tag รวมไปถึงการตั้งชื่อรูปภาพต่างๆซึ่งการปรับปรุงนี้จะพยายามไม่ให้เกิดการเปลี่ยนของหน้าเว็บไซต์ เพราะเราปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับ Google เท่านั้น เนื่องจากเว็บไซต์ที่มีความสวยงามสำหรับคน กับ มีความสวยงามสำหรับ Google มีความแตกต่างกัน คนสามารถใช้ตามองและให้คะแนนได้ว่าเว็บไซต์คุณสวยงามมากเพียงใด แต่ว่า Google ไม่สามารถมองเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณสวยงามอย่างที่ตาเห็น แต่ Google จะมองสวยงามของเว็บไซต์ของคุณจากการจัดวางโค้ดต่างๆ อย่างเหมาะสมตามเกณฑ์ที่ Google กำหนด

การปรับปรุงเว็บไซต์ (On-Page SEO)

การทำ Backlink (Off-Page SEO)

เนื่องจาก Google มีเกณฑ์ว่าเว็บไซต์ที่มีเว็บไซต์อื่นๆ พูดถึงมาก จะยิ่งแสดงถึงความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการทำ SEO
ดังนั้นการทำ Backlink จึงเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ Google เห็นว่ามีเว็บไซต์อื่นๆ กำลังพูดถึงเว็บไซต์ของคุณอยู่ และ การเพิ่ม Backlink นั้นจะต้องเพิ่มเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเนื้อหาใน Backlink จะต้องสัมพันธ์กับ Keyword ที่ใช้ในการทำ SEO และต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณด้วย

การทำ Backlink (Off-Page SEO)

สมมติคุณต้องการทานอาหารอร่อยๆ สักร้าน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกร้านไหน ระหว่างร้านอิ่มเอม กับ ร้านกินสี่ถ้วย คุณจึงเลือกถามคนที่เคยทานอาหารที่สองร้านนี้มาแล้ว 10 คน ว่าร้านอาหารสองร้านนี้ร้านไหนอร่อยกว่ากัน แล้วคำตอบที่ได้ คือ 8 ใน 10 คนบอกว่าร้านกินสี่ถ้วยอร่อยกว่าร้านอิ่มเอม และอีก 2 คนที่เหลือบอกว่าร้านอิ่มเอมอร่ยกว่า ซึ่งจากข้อมูลที่คุณได้มา คุณก็สามารถนำไปคิด และตัดสินใจได้แล้วว่าต้องไปกินที่ร้านไหน

ซึ่ง Google ก็ได้ใช้เกณฑ์ประมาณนี้ในการให้คะแนนในการจัดเว็บไซต์เช่นกัน

9.จัดทำรายงานประจำเดือน (Report)

การทำ SEO ของเราจะจัด Report ทุกเดือน เพื่อให้การตรวจสอบ และวัดอันดับของคุณสะดวกมากขึ้น ซึ่งใน Report จะแสดงอันดับ Keyword ของเว็บไซต์ของคุณที่ขึ้นในแต่ละวัน พร้อมทั้งกราฟแสดงผลการขึ้นอันดับ โดยเราจะสรุปผลการขึ้นอันดับ Keyword ของเว็บไซต์ของคุณทุกสิ้นเดือนตลอดอายุสัญญา และส่ง Report ให้คุณทาง Email ภายใน 5 วันทำการของต้นเดือนถัดไป

Monthly

การเรียกเก็บค่าใช้จ่าย

การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายของแต่ละ Keyword จะเรียกเก็บก็ต่อเมื่อเราสามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับ Top10 ในผลการค้นหาของ Google ด้วย Keyword คำนั้นๆ แล้วเท่านั้น โดยใบ Invoice จะจัดส่งภายใน 5 วันทำการของต้นเดือนถัดไป
ในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณไม่ติดอันดับ Top10 จะมี Report ให้ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่ายของแต่ละ Keyword แต่จะเรียกเก็บเฉพาะค่าบริการขั้นต่ำเท่านั้น

ติดตามผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในการทำ SEO ของเรา นอกจากจะมีรายงานประจำเดือนที่ส่งให้ทุกๆ เดือนแล้ว เราจะมีการติดตามผลการดำเนินงานตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงอันดับของเว็บไซต์ของคุณ และจะได้หาแนวทางในการพัฒนา พร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้ช่วยทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริการของเรา

seo-1

บริการ SEO แบบรับประกันอันดับ

แพคเกจบริการรับทำ SEO แบบรับประกันอันดับ “ถ้าไม่ติดอันดับตามที่เราประกันจะไม่คิดค่าใช้จ่ายตามระบุในสัญญา” แต่จะคิดค่าบริการพื้นฐานอย่างเดียวเท่านั้น

siteaudit

วิเคราะห์เว็บไซต์

วิเคราะห์เว็บไซต์ (Website Audit) เพื่อเช็คประสิทธิภาพเว็บไซต์โดยผู้เชียวชาญมืออาชีพ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่เคยทำ SEO และทำ SEO แต่อันดับไม่ขึ้น

compare

เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน

เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน (Competitor Analysis) เพื่อให้รู้สถานะของเว็บไซต์ ณ ตอนนี้ และให้รู้ทิศทางในการทำ SEO ที่ได้ผลดีมากที่สุด

rank

เครื่องมือเช็คอันดับเว็บไซต์

เครื่องมือเช็คอันดับเว็บไซต์ (Rank Tracker) เป็นเครื่องมือการตลาด (Marketing Tool) ที่ได้รับการยอมรับ และให้คุณเช็คอันดับเว็บไซต์ของตัวเองได้ทุกวัน ทุกที่ และทุกเวลา