Meta Description คืออะไร

Meta Description  คืออะไร

Meta Description เป็น Meta Tag ที่มีไว้สำหรับอธิบายรายละเอียดเนื้อหาของหน้านั้นๆ เพื่อให้ผู้ค้นหา ทราบว่าเว็บไซต์นี้พูดเกี่ยวข้องกับอะไร ข้อความที่อยู่ใน Meta Description จะไม่ได้แสดงในเว็บไซต์ แต่จะแสดงที่หน้า SERP ของ Google  โดยจะมีอยู่ 2 บรรทัด ถัดจาก Title Tag แต่สามารถตรวจสอบข้อความนี้ได้ใน Code  ถ้า Keyword ที่ผู้ค้นหาใช้ในการค้นหาตรงกับข้อความที่อยู่ใน Meta Description ก็จะแสดงเป็นสีแดง

SERP-Meta-Description

การใส่ Meta Description

Meta Description ใส่ในส่วน HEAD (<head></head>) ของ HTML  ซึ่ง Meta Description จะมีลักษณะเป็น  <meta name=”description” content=”…”> และใส่ข้อความลงในช่องว่าง (…)

<head>
<meta name="description" content="คำอธิบายเนื้อหาเว็บไซต์">
</head>

ข้อแนะนำสำหรับการใส่ข้อความใน
Meta Description

1. ใส่ Keyword ใน Meta Description

Meta Description  มีผลต่อการจัดอันดับเล็กน้อย ซึ่งจะเน้นไปที่อธิบายผู้ค้นหาให้เข้าใจมากกว่า จึงก็ควรใส่ Keyword ลงใน Meta Description  เพื่อให้มีความสอดคล้องกับหัวข้อ เพิ่มความน่าเชื่อถือ น่าสนใจ และจูงใจให้ผู้ค้นหา Click ที่เว็บไซต์ของลูกค้า

Keyword-Meta-Description

2. ไม่ควรใส่ Keyword ใน Meta Description มากเกินไป

ในการใส่ Meta Description ควรใส่ Keyword ด้วย แต่จะต้องไม่ใส่มากเกินไปจนอ่านไม่เข้าใจ และไม่น่าสนใจ  อย่าลืมว่า Meta Description เป็นส่วนอธิบายรายละเอียดเสริมของ Title Tag จึงควรใช้ข้อความที่น่าสนใจ จูงใจผู้ค้นหา อ่านแล้วดูเป็นธรรมชาติ

3. ใส่ Keyword ในช่วงต้น หรือกลางของ Meta Description

เวลาที่จะใส่ Keyword ลงใน Meta Description เจ้าของเว็บไซต์ต้องคิดด้วยว่าจะใส่ตรงส่วนไหนของข้อความ หากเป็นไปได้ควรจะวางไว้ช่วงต้นของ Meta Description เพราะ Google จะให้ความสำคัญกับข้อความที่อยู่ต้นๆ มากกว่า

4. ไม่ควรใส่ข้อความใน Meta Description ยาวเกินไป

ข้อความใน Meta Description ไม่ควรเกินประมาณ 160 ตัวอักษร ถ้ายาวเกินไปจะตกขอบเป็น (…) และถ้าใส่ Keyword ไว้ด้านหลังของข้อความ Keyword ก็อาจจะตกขอบไปด้วย

Meta-Description

5. ห้ามใส่ข้อความใน Meta Description ซ้ำกับหน้าอื่นในเว็บไซต์ของตัวเอง

Meta Description ไม่ได้สำคัญมากเท่ากับ Title Tag แต่ข้อความที่ใส่ใน Meta Description  ก็ต้องใส่ให้แตกต่างกันทุกหน้า ใน 1 เว็บไซต์  หากใส่แล้วซ้ำกัน ไม่ต้องใส่เลยจะดีที่สุด

6. ไม่ต้องใส่ Meta Description ทุกหน้าของเว็บไซต์

ในกรณีที่เว็บไซต์เป็น Web Blog หรือมีการเพิ่มบทความวันละมากๆ อาจจะไม่ต้องใส่ Meta Description ก็ได้ แต่หากเว็บไซต์ของมีจำนวนหน้าน้อย และไม่มีการเพิ่มบทความมากนัก แนะนำว่าควรใส่ Meta Description ทุกหน้าจะดีที่สุด เนื่องจากเวลาที่ Meta Description แสดงผลในหน้า SERP ถ้าไม่มีการตั้ง Meta Description เอาไว้ Google จะดึงข้อมูลเอง ซึ่งอาจจะไม่ตรงตามที่เจ้าของเว็บไซต์อยากให้ข้อมูลกับผู้ค้นหา หากตั้ง Meta Description ไว้แล้ว Google จะดึงข้อมูลตามที่เจ้าของเว็บไซต์ใส่เอาไว้ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับหัวข้อมากกว่า และดีต่อผู้ค้นหามากกว่า

การใส่ Meta Description นอกจากเป็นการอธิบายรายละเอียดแล้ว และยังช่วยอธิบายภาพรวมของเว็บไซต์ ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์จะต้องคำนึงว่าจะใส่ข้อความลงใน Meta Description อย่างไรให้เกี่ยวข้องกับ Title Tag มากที่สุด เพื่อให้ผู้ค้นหาเกิดความน่าสนใจอ่านแล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่บิดเบือนความเป็นจริง  และช่วยให้ Google นำเว็บไซต์ของท่านไปจัดอันดับอย่างถูกต้องตามกลุ่มของ Keyword ที่สองดคล้องกับ Title Tag

เราเป็นผู้เชียวชาญในการรับทำ SEO
สนใจบริการ SEO ของเรา หรือมีคำถามเกี่ยวกับ SEO
สามารถติดต่อเราได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา